เป็นหนี้บัตรเครดิต ไม่ไปขึ้นศาล ไม่ดีเลย

สำหรับคดีบัตรเครดิตหรือเป็นหนี้บัตรเครดิตนี้เป็นคดีความแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญามีโทษจำคุก มักเกิดจากการที่ท่านไป เปิดวงเงินใช้บัตรเครดิตแล้วเมื่อถึงเวลาต้องชำระหนี้ท่านไม่ยอมชำระหนี้ จึงถูกการฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งขึ้นมา

เมื่อได้รับหมายศาล ปกตินัดแรกมักจะให้ ตัวจำเลยไปไกล่เกลี่ยกลับ โจทก์เพื่อจะให้ พูดคุยตกลงกันว่าจะปิดยอดหนี้กี่บาทและผ่อนชำระเดือนละกี่บาท

แต่หากว่าท่านเป็นหนี้บัตรเครดิตแล้วไม่ไปขึ้นศาลนั้นจะเป็นผลเสียเกิดขึ้นกับตัวจำเลยอย่างมากยิ่งนัก เนื่องจากยอดเงินตามฟ้องที่เจ้าหนี้ฟ้องมาจะถูกต้องหรือไม่ท่านก็ต้องไปแย้งหรือต่อสู้ หรือหากมีการชำระหนี้ที่ค้างชำระเพิ่มเติมเข้าไปบางส่วนซึ่งยอดเงินจะไม่ตรงกับตามที่เจ้าหนี้ฟ้องมาก็ต้องไปคุยกับเจ้าหนี้และบอกให้ศาลทราบ

อีกทั้งการที่ท่านไม่ไปขึ้นศาลตามนัดจะทำให้ท่านหมดสิทธิ์ที่จะไปเจรจาต่อรองหรือพูดคุยกับเจ้าหนี้เพื่อทำการขอผ่อนยอดเงินที่ค้างชำระ อันจะทำให้ท่านมีเวลาหายใจได้อีกสักระยะหนึ่ง เพราะถ้าเมื่อศาลมีคำพิพากษาท่านจะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน 30 วันก็คือไม่ว่าหนี้ก้อนนั้นจะมากน้อยขนาดไหนท่านก็ต้องชำระทั้งหมดในคราวเดียว มิฉะนั้นท่านจะถูกยึดอายัดทรัพย์บังคับคดีขายทอดตลาด นำเงินมาใช้หนี้ต่อเจ้าหนี้ต่อไปอยู่ดี

จะเห็นได้ว่าการที่ท่านไปพูดคุยกับเจ้าหนี้ไกล่เกลี่ย เจรจาตกลงและผ่อนชำระหนี้กันก่อนมันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก เพราะการผ่อนเป็นรายเดือนจะทำให้ไม่หนักหนาสาหัสจนเกินไป

 

อายุความหนี้บัตรเครดิต

คดีบัตรเครดิตเป็นคดีผู้บริโภคมีอายุความ 2 ปี ในเมื่อเป็นคดีผู้บริโภคท่านสามารถไป ให้การ ในนัดแรกได้เลย โดยให้การด้วยวาจาก็ได้  ไม่จำเป็นต้องทำให้การต้องยื่นต่อศาลภายใน 15 หรือ 30 วันเหมือนคดีแพ่งสามัญทั่วไป